ศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

จัดการความเป็นส่วนตัว

คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)

เปิดใช้งานตลอด
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ ศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการ ใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการใน สาระสำคัญของ ศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้

คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance Cookies)

คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ ศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ ศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ ศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ ศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้

คุกกี้เพื่อการใช้งานเว็บไซต์ (Functional Cookies)

คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยให้เว็บไซต์ของ ศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร จดจำตัวเลือกต่าง ๆ ที่ท่านได้ตั้งค่าไว้และช่วย ให้เว็บไซต์ส่งมอบคุณสมบัติและเนื้อหาเพิ่มเติมให้ตรงกับการใช้งานของท่านได้ เช่น ช่วยจดจำชื่อบัญชีผู้ใช้งานของท่าน หรือจดจำการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าขนาดฟอนต์หรือการตั้งค่าต่าง ๆ ของหน้าเพจซึ่งท่านสามารถปรับแต่งได้ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้อาจส่งผลให้เว็บไซต์ไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์

คุกกี้เพื่อการโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)

คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ ศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ ศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน

image header.
ระบบศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร
image header.

  • หน้าแรก
  • ผลงาน
  • การซ่อมแซมและทำความสะอาดพร้อมปิดทอง พระแม่ธรณีบีบมวยผม

การซ่อมแซมและทำความสะอาดพร้อมปิดทอง พระแม่ธรณีบีบมวยผม


photo-การซ่อมแซมและทำความสะอาดพร้อมปิดทอง พระแม่ธรณีบีบมวยผม
การซ่อมแซมและทำความสะอาดพร้อมปิดทอง องค์พระพรหม พระพิฆเนศวร และ พระแม่ธรณีบีบมวยผม

การซ่อมแซมและทำความสะอาดพร้อมปิดทอง พระแม่ธรณีบีบมวยผม

-

การลงรักปิดทอง

ประณีตศิลป์

              ตามหนังสือ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด ที่ ธพส ๐๑/๐๑๕๐๘ ลงวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๔  แจ้งว่าเป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงการคลัง ทำหน้าที่ก่อสร้างและบริหารจัดการโครงการศูนย์ราชการในที่ดินราชพัสดุบริเวณถนนแจ้งวัฒนะ ได้รับพระราชทานชื่อศูนย์ราชการแห่งนี้ว่า “ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๖๐ ” ภายในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ประดิษฐานองค์พระพรหมซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของผู้บริหาร ข้าราช เจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบการร้านค้าภายในศูนย์ราชการ และประชาชนทั่วไปที่มาติดต่อราชการ มีสภาพชำรุต จึงขอความอนุเคราะห์กรมศิลปากร ออกแบบและประมาณการค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมองค์พระพรหม และอธิบดีกรมศิลปากรมอบหมายให้สำนักช่างสิบหมู่พิจารณาดำเนินการ

              โดย สำนักช่างสิบหมู่ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ จากกลุ่มงานเทคโนโลยีการหล่อ และ กลุ่มงานช่างปิดทองประดับกระจกและช่างสนะไทย เดินทางไปสำรวจตรวจสอบความชำรุดเสียหายของ องค์พระพรหม ปรากฏว่าองค์พระพรหม ทำจากวัสดุโลหะทองเหลืองปิดทองทั้งองค์ มีรอยแตกร้าว ทองที่ปิดไว้ชีดจางและหลุดลอก เนื่องจากขาดการบำรุงรักษา เห็นควรดำเนินการซ่อมแซมโดยการลอกสีและทองที่ปิดไว้ออก เชื่อมรอยแตกร้าวและแต่งผิวให้กลับสภาพดังเดิม ทำความสะอาดและปิดทองใหม่ทั้งองค์ และได้รับการประสานจาก บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด ขอให้ดำเนินการปิดทององค์พระพิฆเนศวร และ พระแม่ธรณีบีบมวยผม ( เพิ่มเติม )

07 มิถุนายน 2564 ถึง 18 สิงหาคม 2564

๑. ต้องใช้เวลาในการเดินทางมากกว่าเวลาปฏิบัติงาน   ในเวลาที่ต้องทำการตรวจดูว่ารักที่ทาแห้งหรือไม่ ไม่สามารถตรวจสอบได้ทันที

๒. การทำงานรักกับชิ้นงานที่เป็นพื้นโลหะ จะแห้งช้ากว่าบนพื้นไม้หรือปูน เพราะพื้นโลหะไม่สามารถดูดซึมรักได้เหมือนพื้นไม้และพื้นปูน

๓. ต้องอยู่ในพื้นที่จำกัดเพื่อที่จะควบคุมความชื้น และ มีฝุ่นละลอกที่น้อย


๑.     ไม่ควรปิดทองพระพุทธรูปหรืองานศิลปกรรมต่างๆกลางแจ้งเพราะจะทำให้งานนั้นไม่คงทนถาวรเท่าที่ควร
                  ๒.   ในการทำพื้นลงรักปิดทองด้วยกรรมวิธีแบบโบราณควรใช้วัสดุที่มาจากธรรมชาติไม่ควรใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีสารสังเคราะห์ผสมเพราะอาจทำให้งานศิลปกรรมนั้นๆไม่คงทนถาวร

                  ๓.   วัสดุที่นำมาทำสมุกควรนำมาเผาก่อนทุกครั้ง ด้วยอุณหภูมิที่พอเหมาะเวลานำมาผสมกับรักน้ำเกลี้ยงมาทาหรือยาอุดจะได้เกิดความแข็งแรงยิ่งขึ้น เช่น สมุกะลาเผา ดินเผา อิฐเผา ไม่ควรใช้ดินสอพองที่ยังไม่เผา ถ้าจะใช้ควรนำมาเผาหรือคั่วก่อนจะได้เกิดความแข็งแรงและเกาะผิวได้ดียิ่งขึ้น

                  ๔.    เมื่อกรองรักน้ำเกลี้ยงเรียบร้อยแล้วควรนำแผ่นพลาสติกที่ใช้สำหรับห่ออาหารวางปิดผิวหน้าของยางรักโดยให้ขอบของแผ่นพลาสติกเลยขึ้นมาโดยรอบแล้วนำน้ำมาเทใส่บนพลาสติกพอประมาณโดยอย่าให้น้ำเข้าไปผสมกับยางรักโดยวิธีการนี้จะทำให้รักแห้งช้าลง

                  ๕.    การผสมรักสมุกทา ๑ ต่อ ๕ คือ สมุก ๑ ส่วนรักน้ำเกลี้ยง ๕ ส่วนนวดให้เข้ากันเนื้อที่ได้จะเหลวเพื่อให้ทาได้ง่ายกว่ารักสมุกที่ใช้ยาอุดทาจะมีส่วนผสมของรักน้ำเกลี้ยงมากสมุกน้อยแล้วแต่ช่างแต่ละคนจะหาวิธีทำให้การปฏิบัติงานง่ายขึ้น

                  ๖.      การผสมรักสมุกยาอุด ๕ ต่อ ๓ คือสมุก ๕ รักน้ำเกลี้ยง ๓ นวดให้เข้ากันจะได้เนื้อที่เหนียวข้นเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายว่ารักสมุกที่ใช้ยาอุดมีส่วนผสมสมุกมากรักน้อยแล้วแต่ช่างแต่ละคนจะหาวิธีทำให้การปฏิบัติงานง่ายขึ้น

เป็นที่เคารพสักการะของผู้บริหาร ข้าราช เจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบการร้านค้าภายในศูนย์ราชการ และประชาชนทั่วไปที่มาติดต่อราชการ

ขั้นตอนการสำรวจดูงาน



งานลงรักปิดทอง คือ การทายางรักบนพื้นผิวของศิลปวัตถุหลายครั้งให้ได้พื้นผิวที่อิ่มตัว  แล้วปิดทับด้วยทองคำเปลว ๑๐๐% จนทั่วทั้งพื้นผิว ทำให้ได้พื้นผิวทองสุกปลั่ง คล้ายทำด้วยทองคำจริงๆ

วัสดุที่ใช้ในการปิดทอง

          ยางรัก คือ ยางจากไม้ยืนต้น ตระกูล Anacardiaceae มักพบในป่าดิบเขาและป่าเบญจพรรณ ชาวล้านนาเรียกว่า ฮัก” หรือ ฮักหลวง” มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Melanorrhoea usitata นอกจากนี้ยังมีต้นรักในตระกูล Anacardiaceae ทั้ง ๓ ชนิดนี้มีเปลือกแข็งให้ปริมาณน้ำยางน้อย คุณภาพของน้ำยางต่ำกว่า ฮักหลวง” และยังมีพิษที่รุนแรงกว่า ทำให้เกิดผื่นคัน มีอาการบวมเป็นแผลหนองมากน้อยตามที่ได้รับจากการสัมผัส

          รักสมุก คือ การนำเอายางรักมาผสมกับผงถ่าน (ที่นิยมใช้จะเป็นผงถ่านกะลา ผงถ่านใบตอง ผงถ่านดินหรือผงชัน) ผสมเข้าด้วยกันจนเป็นเนื้อเดียวจนเหนียวเหมาะแก่การโป๊ขัดแต่ง

          เทือกรัก คือ การนำเอายางรักมาผสมกับผงถ่าน (รักสมุก) ผสมเข้าด้วยกันจนเป็นเนื้อเดียวกันแต่มีความเหลวเหมาะแก่การทาเพื่อให้มีเนื้อรัก

 ๑.    นำผ้าสะอาดชุบน้ำเช็ดล้างทำความสะอาด ทิ้งให้แห้ง จากนั้นนำแอลกอฮอล์ มาขัดล้างทำความสะอาดในส่วนที่เป็นลวดลายและผิวเรียบในส่วนต่างๆของ พระแม่ธรณีบีบมวยผม

 


     ๒. ทารักจีนในส่วนที่เป็นลวดลายในส่วนประกอบต่างๆ พระแม่ธรณีบีบมวยผม  ทิ้งให้แห้งสนิทประมาณหนึ่งถึงสองวัน



     ๓. ทารักจีนผสมรักไทยอย่างละครึ่ง ในส่วนที่เป็นลวดลายในส่วนประกอบต่างๆ พระแม่ธรณีบีบมวยผม  ทิ้งให้แห้งสนิทประมาณสองถึงสามวัน




๔.  เมื่อรักที่ทาไว้แห้งสนิทดีแล้ว ควรนำผ้าเปียกเช็ดทำความสะอาดก่อน ที่จะทารักทุกครั้ง  จากนั้นจึงทำการทารักไทย ในส่วนที่เป็นลวดลาย  ทิ้งให้แห้ง ๑-๒ วัน ทำการทารักไทยเช่นนี้ 3-4 ครั้ง 


๕. จากนั้นจึงทารักไทยในรอบสุดท้ายเพื่อรอ ปิดทองในวันถัดไป


เมื่อปิดทองเสร็จจึงเก็บลายละเอียดความเรียบร้อย เช็ดทำความสะอาดส่วนที่มีทองเกินออกมา



-
จำนวนผู้เข้าชม 500 คน
  BACK TO TOP