ศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

จัดการความเป็นส่วนตัว

คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)

เปิดใช้งานตลอด
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ ศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการ ใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการใน สาระสำคัญของ ศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้

คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance Cookies)

คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ ศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ ศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ ศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ ศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้

คุกกี้เพื่อการใช้งานเว็บไซต์ (Functional Cookies)

คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยให้เว็บไซต์ของ ศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร จดจำตัวเลือกต่าง ๆ ที่ท่านได้ตั้งค่าไว้และช่วย ให้เว็บไซต์ส่งมอบคุณสมบัติและเนื้อหาเพิ่มเติมให้ตรงกับการใช้งานของท่านได้ เช่น ช่วยจดจำชื่อบัญชีผู้ใช้งานของท่าน หรือจดจำการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าขนาดฟอนต์หรือการตั้งค่าต่าง ๆ ของหน้าเพจซึ่งท่านสามารถปรับแต่งได้ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้อาจส่งผลให้เว็บไซต์ไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์

คุกกี้เพื่อการโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)

คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ ศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ ศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน

image header.
ระบบศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร
image header.


ผลงาน


ย่ามที่ระลึกงานพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ (๔๘ พรรษา) สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี วันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙
ผู้ออกแบบ : นายปกรณ์ ปรีชาวนา นักวิชาการช่างศิลป์ปฏิบัติการ กลุ่มงานศิลปประยุกต์ กลุ่มศิลปประยุกต์และเครื่องเคลือบดินเผา สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ความหมายพัดรองที่ระลึก พื้นทำด้วยผ้าไหมสีม่วงอ่อน อันเป็นสีประจำพระชนมวาร เนื่องจากทรงพระราชสมภพวันเสาร์ กึ่งกลางพัดปักตราพระนามาภิไธยย่อ “ส.ท.” ภายใต้มงกุฎขัตติยนารี อันเป็นตราประจำพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี อักษร “ส” ใช้สีม่วง หมายถึงสีประจำวันพระราชสมภพ ส่วนอักษร “ท” ใช้สีเหลือง หมายถึงสีประจำวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พื้นที่โดยรอบล้อมด้วยอัญมณีประดับอย่างประณีต บริเวณขอบพัดปรากฏข้อความโค้งรับตามรูปทรงว่า “พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี วันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙” รัศมีขอบพัดปักลวดลายสายสร้อยแห่งเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ หรือสายสร้อยมหาจักรีบรมราชวงศ์ ลวดลายเป็นรูปอุณาโลมลงยา กลางอุณาโลมประดับเพชร สลับกับจักรีแฝดลงยา ถักร้อยต่อเนื่องตลอดแนวขอบพัด นมพัดทำเป็นตรามหาจักรี เป็นรูปจักร ๘ กลีบ ลงยาสีขาว มีรูปตรีศูลสีเงินแทรกระหว่างกลีบจักร กลางวงจักรเป็นรูปปทุมอุณาโลมประดับเพชร พื้นลงยาสีฟ้า ขอบลงยาสีแดง มีอักษรทองเป็นคาถาภาษาบาลี รอบขอบประดับมาลัยชัยพฤกษ์ ใบลงยาสีเขียว ดอกลงยาสีชมพู ใต้พวงมาลัยเป็นแพรแถมลงยาสีชมพู พร้อมอักษรย่อภาษิตของเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์ เบื้องบนตรามหาจักรีประดับอักษรพระปรมาภิไธยย่อ “ป.ร.ร.” ไขว้กัน พร้อมพระมหามงกุฎทองรัศมีเงิน ในรูปแบบลดทอน ส่วนด้ามพัดทำด้วยไม้ขัดเงาแกะสลักอย่างประณีต
พัดรอง (จีน - ญวน) ที่ระลึกงานพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ (๔๘ พรรษา) สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี วันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙
ผู้ออกแบบ : นายปกรณ์ ปรีชาวนา นักวิชาการช่างศิลป์ปฏิบัติการ กลุ่มงานศิลปประยุกต์ กลุ่มศิลปประยุกต์และเครื่องเคลือบดินเผา สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ความหมายพัดรองที่ระลึก พื้นทำด้วยผ้าไหมสีม่วงอ่อน อันเป็นสีประจำพระชนมวาร เนื่องจากทรงพระราชสมภพวันเสาร์ กึ่งกลางพัดปักตราพระนามาภิไธยย่อ “ส.ท.” ภายใต้มงกุฎขัตติยนารี อันเป็นตราประจำพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี อักษร “ส” ใช้สีม่วง หมายถึงสีประจำวันพระราชสมภพ ส่วนอักษร “ท” ใช้สีเหลือง หมายถึงสีประจำวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พื้นที่โดยรอบล้อมด้วยอัญมณีประดับอย่างประณีต บริเวณขอบพัดปรากฏข้อความโค้งรับตามรูปทรงว่า “พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี วันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙” รัศมีขอบพัดปักลวดลายสายสร้อยแห่งเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ หรือสายสร้อยมหาจักรีบรมราชวงศ์ ลวดลายเป็นรูปอุณาโลมลงยา กลางอุณาโลมประดับเพชร สลับกับจักรีแฝดลงยา ถักร้อยต่อเนื่องตลอดแนวขอบพัด นมพัดทำเป็นตรามหาจักรี เป็นรูปจักร ๘ กลีบ ลงยาสีขาว มีรูปตรีศูลสีเงินแทรกระหว่างกลีบจักร กลางวงจักรเป็นรูปปทุมอุณาโลมประดับเพชร พื้นลงยาสีฟ้า ขอบลงยาสีแดง มีอักษรทองเป็นคาถาภาษาบาลี รอบขอบประดับมาลัยชัยพฤกษ์ ใบลงยาสีเขียว ดอกลงยาสีชมพู ใต้พวงมาลัยเป็นแพรแถมลงยาสีชมพู พร้อมอักษรย่อภาษิตของเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์ เบื้องบนตรามหาจักรีประดับอักษรพระปรมาภิไธยย่อ “ป.ร.ร.” ไขว้กัน พร้อมพระมหามงกุฎทองรัศมีเงิน ในรูปแบบลดทอน ส่วนด้ามพัดทำด้วยไม้ขัดเงาแกะสลักอย่างประณีต
พัดรองที่ระลึกงานพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ (๔๘ พรรษา) สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี วันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙
ผู้ออกแบบ : นายปกรณ์ ปรีชาวนา นักวิชาการช่างศิลป์ปฏิบัติการ กลุ่มงานศิลปประยุกต์ กลุ่มศิลปประยุกต์และเครื่องเคลือบดินเผา สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ความหมายพัดรองที่ระลึก พื้นทำด้วยผ้าไหมสีม่วงอ่อน อันเป็นสีประจำพระชนมวาร เนื่องจากทรงพระราชสมภพวันเสาร์ กึ่งกลางพัดปักตราพระนามาภิไธยย่อ “ส.ท.” ภายใต้มงกุฎขัตติยนารี อันเป็นตราประจำพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี อักษร “ส” ใช้สีม่วง หมายถึงสีประจำวันพระราชสมภพ ส่วนอักษร “ท” ใช้สีเหลือง หมายถึงสีประจำวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พื้นที่โดยรอบล้อมด้วยอัญมณีประดับอย่างประณีต บริเวณขอบพัดปรากฏข้อความโค้งรับตามรูปทรงว่า “พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี วันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙” รัศมีขอบพัดปักลวดลายสายสร้อยแห่งเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ หรือสายสร้อยมหาจักรีบรมราชวงศ์ ลวดลายเป็นรูปอุณาโลมลงยา กลางอุณาโลมประดับเพชร สลับกับจักรีแฝดลงยา ถักร้อยต่อเนื่องตลอดแนวขอบพัด นมพัดทำเป็นตรามหาจักรี เป็นรูปจักร ๘ กลีบ ลงยาสีขาว มีรูปตรีศูลสีเงินแทรกระหว่างกลีบจักร กลางวงจักรเป็นรูปปทุมอุณาโลมประดับเพชร พื้นลงยาสีฟ้า ขอบลงยาสีแดง มีอักษรทองเป็นคาถาภาษาบาลี รอบขอบประดับมาลัยชัยพฤกษ์ ใบลงยาสีเขียว ดอกลงยาสีชมพู ใต้พวงมาลัยเป็นแพรแถมลงยาสีชมพู พร้อมอักษรย่อภาษิตของเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์ เบื้องบนตรามหาจักรีประดับอักษรพระปรมาภิไธยย่อ “ป.ร.ร.” ไขว้กัน พร้อมพระมหามงกุฎทองรัศมีเงิน ในรูปแบบลดทอน ส่วนด้ามพัดทำด้วยไม้ขัดเงาแกะสลักอย่างประณีต
แบบเข็มที่ระลึกงานเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙
ผู้ออกแบบ : นายปัญญา โพธิ์ดี นักวิชาการช่างศิลป์ชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มงานศิลปประยุกต์ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ความหมายเข็มที่ระลึก เข็มที่ระลึก ประกอบด้วย อักษรพระนามาภิไธย ส.ท. ภายใต้มงกุฎขัตติยราชนารี อันเป็นตราประจำพระองค์ เบื้องบนอักษรพระนามาภิไธยมีเลข ๔๘ สีทองบนแท่นดอกบัวสีขาว อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์และความดีงาม แสดงถึงวาระมหามงคลแห่งการเฉลิมพระชนมพรรษา ๔๘ พรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี อักษร ส ขอบเดินทอง พื้นสีม่วงแก่อันเป็นสีประจำวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี อักษร ท ขอบเดินทอง พื้นสีเหลืองอันเป็นสีประจำวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อักษรพระนามาภิไธยประดิษฐานในกรอบรูปหัวใจพื้นสีม่วงล้อมด้วยสุวรรณสังวาลประดับเพชร ๑๐ เม็ด หมายถึง สมเด็จพระบรมราชินีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน อีกทั้งเลข ๑๐ เป็นเลขกำลังวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
การจัดสร้างโคมตราเป็นพุทธบูชา เนื่องในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา พุทธศักราช ๒๕๖๙
ออกแบบโดย อ.สมชาย  ศุภลักษณ์อัมไพพร นายช่างประณีตศิลป์1. การออกแบบ    แนวความคิดในการออกแบบ        ”แสงแห่งพระธรรม ส่องนำใต้ร่มพระบารมี”    โคมตราออกแบบขึ้นเพื่อเป็นพุทธบูชาในวันวิสาขบูชา อันเป็นวันสำคัญสูงสุดทางพระพุทธศาสนา โดยสื่อความหมายถึง    * “แสงประทีปแห่งพระธรรม”    * “พระราชศรัทธาอันทรงสืบทอดพระพุทธศาสนา”    * “ความเจริญรุ่งเรืองแห่งพระบวรพุทธศาสนาใต้พระบรมโพธิสมภาร”    แสงสว่างภายในโคม เปรียบดัง “ปัญญาธรรม” ที่ขจัดความมืดแห่งอวิชชา ขณะที่ลวดลายและเครื่องแขวนแบบราชสำนักไทย    แสดงถึงพระราชพิธีอันทรงคุณค่า งดงาม และสมพระเกียรติ    1. กลึงไม้ตามรูปแบบที่ได้ออกแบบไว้2. จัดทำโครงเหล็ก3. ประกอบไม้กลึงตามรูปแบบ4. ทำสี5. ประกอบชุดสายไฟภายในโคม   6. ร้อยดอกมะลิระหว่างช่องโครงเหล็กทั้ง 8 ช่อง       7. ตกแต่งหุ่นโคมโดยใช้กลีบดอกบัวประดิษฐ์ด้วยปืนกาว          8. ร้อยดอกมะลิประดิษฐ์และคริสตัลความยาวประมาณ 30 ซม. 9 เส้น และ ความยาว 60 ซม. 2 เส้น เพื่อนำไปประกอบติดกับโครงเหล็กด้วยปืนกาว          9. ประดับตกแต่งดอกไม้ประดิษฐ์รอบโคมตามรูปแบบที่ได้ออกแบบไว้      10. ร้อยดอกจำปาประดิษฐ์กับดอกรักความยาวประมาณ 25 ซม. 9 พวง และ ความยาวประมาณ 60 ซม. 1 พวง11. ตอกตะปูทองเหลืองกับหุ่นไม้ ให้ขนานกับโครงเหล็กด้านล่างเพื่อนำดอกไม้ประดิษฐ์ที่ร้อยเสร็จแล้วผูกติดกับตะปูทองเหลือง12. นำพวงดอกไม้ประดิษฐ์ที่ร้อยไว้ ความยาว 60 ซม. มาร้อยติดกับตัวห่วงด้านล่างสุดของหุ่นไม้ 13. ประดับพลอยกระจกตามยอดของดอกไม้ประดิษฐ์          13. พ่นแล็คเกอร์ เพื่อให้ตัวดอกไม้ประดิษฐ์ที่เป็นดินปั้นชะลอการละลายเวลาโดนน้ำ     14. รอแล็คเกอร์แห้งเป็นอันเสร็จสิ้น          
การจัดสร้างตาลปัตร ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน กรมศิลปากร ประจำปี 2568
     การจัดสร้างตาลปีตรในการถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ของกรมศิลปากรด้วยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ์ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานผ้าพระกฐินให้กรมศิลปากร นำไปถวายพระสงฆ์จำพรรษากากาลถ้วนไตรมาส ณ วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร จังหวัดสกลนคร วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร ตั้งอยู่ถนเรืองสวัสดิ์ ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ภายในวัดมืองค์พระธาตุเชิงชุมเป็นปูชนียสถานสำคัญ ตั้งหันหน้าไปทางหนองหารซึ่งอยู่ทิศตะวันออก ปัจจุบันได้รับการบูรณะองค์พระธาตุแล้ว สิ่งก่อสร้างภายในวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร        - องค์พระธาตุ เป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูน ฐานรูปสี่เหลี่ยมสูง ๒๔ เมตร ส่วนบนเป็นทรงบัวเหลี่ยมไม่มีลวดลายประดับ ยอดฉัตรทำด้วยทองคำเหนือองค์พระธาตุ มีซุ้มประตูหลอก ๓ ทิศ ประตูจริงทางทิศตะวันออก ซุ้มยอดประตูมีลักษณะเป็นยอดปราสาทข้างในทึบสร้างด้วยศิลาแลงและหินทราย องค์พระธาตุสร้างครอบรอยพระพุทธบาทบนแผ่นศิลา วิหาร ใกล้พระธาตุเชิงชุมเป็นที่ประดิษฐาน หลวงพ่อพระองค์แสน พระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทอง ปางมารวิชัยศิลปะเชียงแสน พระอุโบสถหลังเดิม ลักษณะเป็น สิม แบบโถงโครงสร้างเป็นไม้ก่ออิฐถือปูน หลังคาเป็นกระเบื้องไม้แบบเดิม ภายในมีจิตรกรรมภาพเถาไม้เลื้อยเป็นแนวรอบอาคาร หน้าบัน มีจิตรกรรมเป็นรูปเทพบุตรเทพธิดา ดาวประจำยาม มังกร และเถาไม้เลื้อย บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ บ่อน้ำที่มีมาพร้อมองค์พระธาตุเชิงชุม เดิมมีน้ำผุดขึ้นมาเนื่องจากเป็นปลายทาง ของลำน้ำใต้ดินซึ่งไหลมาจากเทือกเขาภูพาน เรียกว่า "ภูน้ำซอด" หรือ "ภูน้ำลอด" แล้วไหลผ่านไปที่สระพังทอง (ภายในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ซึ่งอยู่ติดกับวัด) มีการนำน้ำจากบ่อน้ำที่นี่ไประกอบพระราชพิธีในโอกาสอันสำคัญต่างๆ "วัดพระชาตุเชิงชุมวรวิหาร ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมือง จังหวัดสกสนคร"      กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ได้มอบหมายให้สำนักช่างสิบหมู่ โดยนายธธรรมรัตน์ กังวานก้อง จิตรกรชำนาญการ เป็นผู้อออกแบบ และเขียนสีลวดลาย โดยจิตรกรกลุ่มจิตรกรรม เป็นสามรูปแบบได้แก่        รูปแบบที่ ๑ ด้านหน้าเป็นภาพพระธาตุเชิงชุม เป็นจุดเด่น โดยเห็นสถาปัตยกรรมโดยรอบเป็นลักษณะมุมมองแบบจิตรกรรมไทย เขียนสีใส่น้ำหนัก รูปแบบสองมิติครึ่ง โดยคงการตัดเส้นแบบจิตรกรรมไทย ในกรอบลายประจำยาม        รูปแบบที่ ๒ เป็นภาพพระอุโบสถเก่า ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญของวัด และเห็นพระธาตุเชิงชุมอยู่ด้านหลัง โดยการเขียนสีใส่น้ำหนัก รูปแบบสองมิติครึ่ง โดยคงการตัดเส้นแบบจิตรกรรมไทย ในกรอบลายประจำยาม        รูปแบบที่ ๓ เป็นภาพบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ปั้นปูนเป็นรูปพญานาค ด้านหลังมีเสาอโศกจำลอง และพระอุโบสถหลังใหม่ จัดวางมุมมองด้านตรง เขียนสีใส่น้ำหนัก รูปแบบสองมิติครึ่ง โดยคงการตัดเส้นแบบจิตรกรรมไทยในกรอบลายประจำยาม ด้านหลังทั้งสามแบบ จารึก พระกฐินพระราชทาน กรมศิลปากรประจำปี ๒๕๖๘ ณ วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนครในกรอบลายดอกไม้ร้อยสอดสี ขลิปทอง พื้นแดง   กลุ่มประณีตศิลป์ ได้มอบหมายให้      ๑. กลุ่มงานช่างบุและช่างศิราภรณ์ จัดสร้างนมตาลปีตรขนาด ๗ เซนติเมตร ถายในเป็นตราประจำกรมศิลปากรขนาด ๓.๖ เชนติเมตร ด้านหน้าและหลังจำนวนสานสามคู่เพื่อประกอบตาลปัตร     ๒. กลุ่มงานช่างแกะสลักและช่างไม้ประณีต จัดสร้างด้ามไม้ตาลปัตรพร้อมชุดตั้ง จำนวนสามชุดและหีบไม้พร้อมชุดอุปกรณ์งานช่างไม้ เพื่อร่วมถวายเป็นพุทธบูชา ในการถวายผ้าพระกฐินพระราชทานจำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ในวันเสาร์ที่ ๒๕ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘  1. การเขียและออกแบบตาลปัตร   2. การเขียนรูปบนตาลปัตรโดยกลุ่มจิตรกรรม          3. การสลักดุนนมตาลปัตร โดยกลุ่มงานช่างบุ กลุ่มประณีตศิลป์        4. การเตรียมโครงสร้าง ด้าม และแท่นวางตาลปัตร โดยกลุ่มงานช่างแกะสลักและช่างไม้ประณีต  5. ตาลปัตรที่เสร็จสมบูรณ์      
พระโกศสำหรับทรงพระอัฐิ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์
การจัดสร้างพระโกศพระอัฐิสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระชินวรสุทธิเทวารยวงศ์                พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดสถาปนาเฉลิมพระนามพระอัฐิพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า เป็น สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์         ในการนี้ สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ขอเจริญพรมายัง อธิบดีกรมศิลปากร เพื่อดำเนินการออกแบบพัดยศและพระโกศพระอัฐิสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์ ให้สมพระเกียรติ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า เป็น สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์ และดำเนินการจัดสร้างพระโกศ พระอัฐิสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์ ทองคำ          สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร โดยกลุ่มงานช่างบุและว่างศิราภรณ์ จึงดำเนินการจัดสร้างพระโกศพระอัฐิสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์ ทองคำ เพื่อดำเนินการส่งมอบให้กับสำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม           1. ดำเนินงานพิมพ์ต้นแบบสามมิติ ส่วนประกอบพระโกศเพื่อเป็นต้นแบบขึ้นรูปโลหะ(ทองคำ) ทอง      2. ดำเนินงานฉีดเทียน ติดต้นเทียน เพื่อนำไปเทปูนและหล่อเป็นโลหะเงินชุบทองบางส่วนประกอบพระโกศ(ทองคำ)       3. ดำเนินงานหลอมแผ่รีดแผ่นโลหะ(ทองคำ) เพื่อนำไปขึ้นรูปพระโกศ(ทองคำ)     4. ดำเนินงานตัด(Pattern)เพื่อนำไปเชื่อมและขึ้นรูป ส่วนประกอบต่างๆของพระโกศ(ทองคำ)          5. ดำเนินงานเชื่อมประกอบทุกส่วนประกอบของพระโกศ(ทองคำ)        6. ดำเนินงานขึ้นรูปส่วนประกอบต่างๆของพระโกศ (ทองคำ)                               7. ดำเนินงานตัดแต่งขอบเพื่อเก็บรายละเอียดของการขึ้นรูป ส่วนประกอบต่างๆของพระโกศ (ทองคำ) เพื่อดำเนินในขั้นตอนต่อไป       8. ส่วนประกอบพระโกศที่เก็บรายละเอียดเรียบร้อยแล้ว       9. ดำเนินงานเผาชิ้นส่วนต้นแบบเรซิ่น ออกจากส่วนปประกอบต่างๆ ของพระโกศ (ทองคำ)       10. ดำเนินงานขัดแต่งเก็บรายละเอียดส่วนประกอบต่างๆของพระโกศ (ทองคำ) เพื่อดำเนินในขั้นตอนต่อไป      11.ดำเนินงานเชื่อมส่วนประกอบต่างๆของพระโกศ (ทองคำ)    12. ดำเนินงานเข้าชันชิ้นงานเพื่อเก็บรายละเอียดรูปทรงและความคมชัดแล้วจึงนำไปติดลวดลายเพื่อดำเนินการสลักพระโกศ (ทองคำ)    13. ดำเนินงานติดแบบลวดลายและเขียนลวดลายบนส่วนประกอบต่างๆของพระโกศ (ทองคำ)        14. ดำเนินงานสลักลวดลายชิ้นส่วนต่างๆ ของพระโกศ (ทองคำ) ตามแบบ        15. เมื่อสลักลวดลายสร็จแล้วดำเนินงานเผาชันออกจากชิ้นส่วนต่างๆ ของพระโกศ (ทองคำ) และนำไปแช่กรดกำมะถันเจือจาง ล้างทำความสะอาดเพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป      16. ดำเนินงานดุนชิ้นงานส่วนประกอบต่างๆ ของพระโกศ (ทองคำ)          17. ดำเนินงานลูบลายเก็บรายละเอียดส่วนประกอบต่างๆ ของพระโกศ (ทองคำ)          18. ดำเนินงานขั้นตอนย้ำพื้นและเก็บรายละเอียดส่วนของลวดลายที่ลงยาสี ในชิ้นงานส่วนต่างๆ ของพระโกศ (ทองคำ)     19. ดำเนินงานเผาชันออกจากชิ้นงาน นำไปแช่กรดกำมะถันเจือจางและล้างน้ำทำความสะอาดจากนั้นนำส่วนประกอบของพระโกศ (ทองคำ) มาเชื่อมประกอบในส่วนต่างๆ        20. ดำเนินงานฝังอัญมณีในส่วนประกอบต่างๆ ของพระโกศ (ทองคำ)    21. ดำเนินงานเชื่อมประกอบด้วยเครื่องเลเซอร์ พระโกศ (ทองคำ)      22. ดำเนินงานชุบทองชิ้นส่วนประกอบพระโกศ (ทองคำ) และชุบเงินบางส่วน          23. ดำเนินการลงยาสีเย็นในส่วนลวดลายที่ย้ำพื้นของพระโกศ (ทองคำ)        24. ภาพชิ้นงานสำเร็จ                      
การจัดทำหนังสือเฉลิมพระเกียรติ "พระมหากษัตริย์นักบิน" พร้อมกล่อง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567
1. การออกแบบ    แนวความคิดในการออกแบบ        การออกแบบปกหนังสือและกล่องใส่หนังสือเฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ที่กองทัพอากาศจัดสร้างถวาย โดยการออกแบบได้นำลักษณะอัตลักษณ์มีมีนัยทางสัญลักษณ์ ของกองทัพอากาศเป็นแนวทางการออกแบบ และลวดลายที่ประดับตกแต่งสะท้อนดติความเชื่อไทยโดยมีความงดงามสมพระเกียรติ และมีความหมาย ดังนี้           1. ตราสัญลักษณ์เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมทามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบหมายถึง สัญลักษณ์แห่งปีมหามงคล           2. ลวดลายพรรณพฤกษาดอกรวงผึ้ง หมายถึง ดอกไม้ประจำรัชกาลที่ ๑๐ ที่ต่างผลิดอกเบ่งบาน ยินดี ปรีดาในโอกาสแห่งปีมหามงคล และมีรูปร่างทางโครจสร้างสั่งปีกของอากาศยาม           3. ลายพญาสุบรรณ หมายถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระปรีชาสามารถ ในด้านการบิน อากาศยานแบบต่างๆ ทรงเป็นเจ้าเวหาทั้งจตุรทิศ           4. สีน้ำเงินและสีฟ้า หมายถึง กองทัพอากาศ           5. สีเหลืองทอง/สีทอง หมายถึง สีแห่งวัมพระราชสมภพ /พระอิสริยศที่สูงส่ง             2. หลอมและรีดเงิน                3. เข้าชัน สลักเดินเส้น              4. สลักดุนลาย             5. ฉลุและเก็บราบละเอียด            6. การกะไหล่ทอง               7. ลงยาสี        8. ประกอบเข้าเล่ม            9. ผลงานสำเร็จ       
การบูรณะซ่อมแซมลงรักปิดทองกรอบรูปไม้แกะสลักและงานปูนปั้น วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร
การบูรณะซ่อมแซมลงรักปิดทองกรอบรูปไม้แกะสลักและงานปูนปั้น วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร   1.       คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กลุ่มประณีตศิลป์ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ร่วมสำรวจกรอบภาพกระจกงานจิตรกรรม ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราขวรมหาวิหาร                          2.       ดำเนินการขนย้ายกรอบภาพ จำนวน 8 ชุด (1 ชุด มี 3 กรอบรูป)  มาบูรณะซ่อมแซม ณ กลุ่มประณีตศิลป์  สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร                        3.       เจ้าหน้าที่กลุ่มงานช่างปิดทองประดับกระจกและช่างสนะไทย ดำเนินการทำความสะอาด ด้วยการเช็ดล้างด้วยแอลกกอฮอลล์ ทั้งในส่วนของกรอบภาพและกระจกภาพจิตรกรรม เพื่อทำความสะอาดคราบฝุ่นและสิ่งสกปรก                                                               4.   สำรวจลวดลายแกะสลักไม้บริเวณกรอบด้านนอก ไม่พบความเสียหาย และสำรวจลวดลายปูนปั้นบริเวณกรอบด้านในที่หักชำรุดเสียหาย และดำเนินการปั้นเสริมส่วนที่ชำรุดให้สมบูรณ์ โดยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานช่างหุ่น ช่างปั้นลายและช่างมุก กลุ่มประณีตศิลป์ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร                     5.       เมื่อทำการซ่อมลวดลายปูนปั้นและรอให้ปูนแห้งสนิทแล้ว ดำเนินการทายางรักรองพื้น (ยางรักไทย – จีน) 2 รอบ ในส่วนที่ต้องการซ่อมปิดทอง โดยการทายางรักแต่ละครั้ง ต้องรอให้แห้งสนิทเสียก่อน                               6.       เมื่อการทายางรักในครั้งสุดท้ายแห้งสนิท จึงดำเนินการทายางรักสำหรับปิดทองคำเปลว                    7.       เมื่อยางรักที่ทาไว้สำหรับปิดทองมีคุณลักษณะที่เหมาะสมกับการปิดทอง จึงดำเนินการปิดทองคำเปลว                                    8.  เจ้าหน้าที่กลุ่มงานช่างแกะสลักและช่างไม้ประณีต ดำเนินการติดตั้งกรอบภาพจิตรกรรม จำนวน 8 ชุด ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร                                          
  BACK TO TOP