image header.
ระบบศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร
image header.


ความรู้ทั่วไป


การเขียนภาพครุฑ : องค์ความรู้จากครูช่าง นายอมร ศรีพจนารถ
"ครุฑ" หรือ "พญาครุฑ"  เป็นนามเรียกสัตว์ประดิษฐ์อีกภาพหนึ่งของศิลปะไทยว่า มีกายเป็นคน ส่วนหัวและท่อนล่างเป็นนก ซึ่งตรงกับต่างชาติหลายชาติที่ว่ากายเป็นคน แต่ละชาติก็มีความคิดแตกต่างกันไปตามจินตนาการของช่าง สำหรับของไทยได้รับอิทธิพลมาจากอินเดียในเรื่องเทวกำเนิด  พวกเทพต่าง ๆ ในเทวกำเนิดนี้ว่า  ครุฑเป็นลูกของพระกัศยปเทพบิดรกับนางวินตา ถือกำเนิดมีส่วนศีรษะเป็นนก ร่างกายท่อนบนเป็นคน มีปีก เล็บ ปากเหมือนนกอินทรี แขนขาเป็นคน หน้าขาว ปีกแดง ตัวเป็นสีทอง  มีวิมานอันสวยงามเรียกว่าฉิมพลี  เป็นสหายกับพระนารายณ์ ในภาพศิลปะไทยของเราท่อนล่างเป็นนกทั้งหมด เป็นพาหนะทรงของพระนารายณ์  เกี่ยวข้องกับเรื่องรามเกียรติ์หลายตอน
ขั้นตอนการสร้างสรรค์พระสาทิสลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ด้วยเทคนิคการเขียนสีน้ำมันบนผ้าลินิน
พระสาทิสลักษณ์          ภาพเขียนของบุคคลโดยทั่วไปมักถูกเรียกว่าภาพคนเหมือน ภาพเหมือน รูปเหมือน หรือจิตรกรรมภาพเหมือนบุคคล (Portrait) แต่สำหรับราชาศัพท์ที่ใช้เรียกจิตรกรรมภาพเหมือนสำหรับพระมหากษัตริย์คือ พระบรมรูปเขียน พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ พระบรมสาทิสลักษณ์ ซึ่งหากยึดความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน คำว่า “บรม” หมายถึง อย่างยิ่ง, ที่สุด (มักใช้นำหน้าคำที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้า พระเจ้าแผ่นดิน และพระอัครมเหสี เป็นต้น เพื่อแสดงพระเกียรติยศยิ่งใหญ่) และคำว่า “สาทิสลักษณ์” หมายถึง ภาพเขียนเหมือนบุคคลจริง ดังนั้นพระบรมสาทิสลักษณ์จึงใช้เรียกพระรูปเขียนของพระมหากษัตริย์เพียงพระองค์เดียว โดยราชาศัพท์ของจิตรกรรมภาพเหมือนสำหรับสมเด็จพระบรมราชินีนาถ หรือสมเด็จพระบรมราชินี ใช้คำว่า พระรูปเขียน พระสาทิสลักษณ์
ลวดลายของชาติไทย : องค์ความรู้จากครูช่าง นายอมร ศรีพจนารถ
           คำว่า “ลวดลายของชาติไทย” นี้เมื่อฟังดูผิวเผินแล้วจะเห็นว่ายืดยาวเกินไป  แต่ความจริงเป็นคำที่ถูกต้องที่สุดเพราะจะหาคำอื่นมาแทนไม่ได้  แต่เป็นลักษณะของคนไทยอย่างหนึ่งที่ชอบพูดตัดคำให้สั้น  เพื่อจะได้รวดเร็วขึ้นในเวลาพูด  จึงเรียกใหม่ว่า “ลายไทย” ทำให้คนรุ่นหลังน้อยคนไม่ทราบถึงรูปของคำเดิมเลย  บางคนก็เลยเหมาเอาว่าขึ้นชื่อด้วยการเขียนสลับยอด  หรือลักษณะเปลวไฟแล้วเป็นลายไทยทั้งนั้น   เพราะทั้งนี้ผู้ที่แยกไม่ออกและไม่ทราบว่าคำว่า “ลายไทย” ที่ตัดมาจากคำว่า “ลวดลายของชาติไทย” นั้นโบราณอาจารย์ท่านหมายถึงสิ่งประดิษฐ์ ๒ ชนิดรวมกันอยู่  จึงทำให้คุณค่าของความหมายของคำนี้ลดน้อยลงและเลือนไปในที่สุด
เครื่องไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒
เครื่องไทยธรรม หมายถึงสิ่งของที่ถวายพระภิกษุสงฆ์ ในวันอาทิตย์ที่ ๕ พฤษภาคม พุทธศักราช  ๒๕๖๒  ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนดูหนังสือเทศน์ และเครื่องทรงธรรม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาน สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนา ๑ กัณฑ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประเคน เครื่องไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ถวายสมเด็จพระอริยวงศาคตญาน สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก จัดสร้างขึ้นใหม่โดยสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ประกอบด้วย บาตรประดับมุก   และหีบประดับมุก  บาตรประดับมุกทรงมะนาวแป้น ฝาบาตรประดับมุก พื้นฝาบนของบาตรประดับมุกทึบเต็มพื้นที่(ปูพื้นอย่างโมเสค) ด้านบนเป็นรูปเหลี่ยมเพชรบนพื้นมุกฝาบาตรประดับด้วยลายโลหะสลักดุนฉลุทองแดงชุบทองเป็นลายพระจุฬมงกุฎมหาวชิราวุธประดิษฐานบนพานปากกระจับ ๒ ชั้น ประกอบด้านซ้ายและขวาด้วยฉัตรบริวารพื้นสลักโลหะลายเบา เขียนทองลายพันธุ์พฤกษา ล้อมรอบด้วยสร้อยห้อยดวงมหาจักรี  ขอบชายด้านข้างประดับมุกเป็นกรอบเส้นลวดวิ่งล่างและบน ในกรอบเป็นลายจัตุรัสสลับเสี้ยวจัตุรัสโดยรอบ  ขอบชายระบายฝาบาตร ประดับด้วยโลหะสลักดุนฉลุทองแดงชุบทองลายอัฐมงคลโดยรอบ เชิงบาตรประดับมุก ถวายพร้อมหีบประดับมุกแบบปูพื้นเต็ม ฝาด้านบนประดับพระปรมาภิไธย ย่อ วปร. และข้อความพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒  เป็นหีบใบใหญ่ภายในบรรจุหีบใบเล็กสามใบ
บัวในศิลปะไทย : องค์ความรู้จากครูช่าง นายอมร ศรีพจนารถ
คำว่า “ บัว ” หมายถึง พืชที่เกิดในน้ำจืด สามารถจัดประเภทบัวได้ ๒ ประเภท คือ ปทุมชาติ และอุบลชาติ“ปทุมชาติ” คือ บัวสำหรับกินฝักและเง่า (หัวบัว) เป็นอาหาร ได้แก่ บัวหลวงและบัวสัตตบงกช  สีของดอกบัวทั้งสองชนิดนี้มีทั้งสีขาวและสีแดง รูปทรงของดอกบัวทั้งสองก็แตกต่างกัน กล่าวคือ ดอกบัวหลวงรูปทรงของดอกตูมจะมีความกว้าง ๑ ส่วน สูง ๒ ส่วน และประดิษฐ์เป็นลายบัวได้มากชนิด กับเป็นบ่อเกิดของลายกระหนกครึ่งซีก (ที่เรียกว่ากระหนกสามตัว) ส่วนบัวสัตตบงกชนั้นทรงของดอกบัวตูมจะมีลักษณะป้อมเตี้ยกว่าบัวหลวง  ใช้ประดิษฐ์เป็นลายบัวกระหนก พุ่มตัวเทศและบัวปากฐาน  บัวทั้งสองชนิดนี้มีก้านเป็นหนามเล็ก ๆ พอระคายมือเล็กน้อยเมือเวลาจับต้อง  ดอกและใบชูขึ้นเหนือน้ำตลอดตั้งแต่ดอกตูบจนดอกบานและดอกโรยกลายเป็นฝัก (ภายในเป็นเมล็ดบัว)  สำหรับฝักบัวนั้นใช้รับประทานได้ทั้งเมล็ดอ่อนและเมล็ดแก่  นอกจากทรงของดอกบัวนำไปประดิษฐ์เป็นลายบัวได้หลายแบบแล้วก็ตาม แม้แต่เกสรของดอกบัวยังนำไปประดิษฐ์เป็นลายได้เช่นกัน“อุบลชาติ” คือ บัวสำหรับกินสาย (โดยนำเอาก้านของดอกมารับประทาน) ได้แก่ บัวสัตตบุษย์ บ้างก็เรียกชื่อว่า บัวเผื่อน บัวผัน ดอกมีสี ขาว แดง แต่ถ้าเป็นพันธ์ขนาดเล็กมักมีหลายสี เช่น ชมพู ขาบ เหลือง ม่วง เป็นต้น  มักเลี้ยงเป็นบัวประดับเพื่อความสวยงาม เพราะก้านของดอกเล็กมาก ดอกและใบมักอยู่เหนือน้ำแค่ปริ่ม ๆ น้ำเท่านั้น  ทรงของบัวสัตตบุษย์หรือบัวกินสายนี้มีลักษณะเป็นดอกผอม ๆ ยาว ๆ ใช้ประดิษฐ์เป็นลักษณะของบัวปลายเสาและลายกรวยเชิง
กระจัง: องค์ความรู้จากครูช่าง อมร ศรีพจนารถ
     คำว่า "กระจัง" นี้ถ้าเป็นคำในลักษณะรูปของคำประพันธ์ ส่วนมากมักจะมี "ร" กล้ำด้วย เป็น"กระจัง" แต่ลากศัพท์ทางศิลปกรรมช่างของไทย เดิมเป็นคำซึ่งมาจากคำว่า "กะจังหวะ" หมายถึงการกะให้มีขนาดเท่าๆกัน เพื่อความงดงาม เพื่อที่จะให้รัดกุมในเวลาที่พูดกล้ำกับชื่อของมัน ดังนั้นจึงตัดคำว่า "หวะ" ออกเสีย ความหมายเป็นการประดิษฐ์อย่างหนึ่ง ซึ่งใช้ควบไปกับลวดลาย ซึ่งเป็นกระหนกและลวดลายซึ่งเป็นลาย โดยมีขนาดต่างๆกัน 3 ขนาด เป็นสามชนิด เราเรียกเพิ่มคำว่า "ตัว" นำหน้าเป็น "ตัวกระจัง" แต่ละชนิดก็มีชื่อต่างๆกัน คือ     1. กระจังตาอ้อย ขนาดเล็กสุด     2. กระจังใบเทศ ขนาดกลาง     3. กระจังปฏิญาณ ขนาดใหญ่
  BACK TO TOP