ศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

จัดการความเป็นส่วนตัว

คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)

เปิดใช้งานตลอด
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ ศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการ ใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการใน สาระสำคัญของ ศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้

คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance Cookies)

คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ ศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ ศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ ศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ ศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้

คุกกี้เพื่อการใช้งานเว็บไซต์ (Functional Cookies)

คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยให้เว็บไซต์ของ ศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร จดจำตัวเลือกต่าง ๆ ที่ท่านได้ตั้งค่าไว้และช่วย ให้เว็บไซต์ส่งมอบคุณสมบัติและเนื้อหาเพิ่มเติมให้ตรงกับการใช้งานของท่านได้ เช่น ช่วยจดจำชื่อบัญชีผู้ใช้งานของท่าน หรือจดจำการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าขนาดฟอนต์หรือการตั้งค่าต่าง ๆ ของหน้าเพจซึ่งท่านสามารถปรับแต่งได้ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้อาจส่งผลให้เว็บไซต์ไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์

คุกกี้เพื่อการโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)

คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ ศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ ศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน

image header.
ระบบศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร
image header.


ผลงาน


เครื่องสังเค็ด : ธรรมาสน์ปาติโมกข์
รูปแบบศิลปกรรม ฐานเขียงขนาดชั้นล่างสำหรับรองรับธรรมาสน์ แกะลสักเป็นลายบัวคว่ำ ปิดทองประดับกระจกแวว เหนือขึ้นไปเป็นแข้งสิงห์วางบนฐานเขียง แกะสลักลวดลายบัวหลังสิงห์ปิดทองประดับกระจก หน้ากระดานประดับกระจกขาววางแนวตั้ง เหนือขึ้นไปแกะสลักด้วยลายบัวหงายปิดทองประดับกระจก ส่วนหน้ากระดานบนสุดแกะสลักเป็นลายประจำยามก้ามปู และประดับกระจกขาวสี่เหลี่ยม เส้นลวดปิดทอง ในส่วนของเสากลึงเป็นหัวเม็ด พนักด้านข้างทั้งสอง ทำการปิดทองในส่วนที่เป็นเส้นลวด ประดับกระจกสีขาวยกดอก ทั้งด้านนอก และด้านใน เหนือขึ้นไปเป็นราวไม้กลึง และมีลูกกรงกลึงเป็นลูกแก้ว ด้านละ ๕ ซี่ พนักด้านหลังแกะไม้ตามแบบลายปิดทองประดับกระจกลายยา พนักพิงเป็นลายเพชรทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ประดับกระจกดุนยกดอกเป็นรูปเพรช จำนวน ๘๙ ดวง พนักพิงด้านหลัง ยกเป็นคิ้วขั้นมาจากพื้น เซาะร่อง ประดับกระจกยกดอก       ธรรมาสน์ปาฏิโมกข์ ทำสีเป็นสีขาวนวล ปิดทองในส่วนที่เป็นเส้นลวด ลวดลายแกะสลัก ประดับกระจกร่องลาย ประดับกระจกลายยา และประดับกระจกดุนยกดอก      ฐานเขียงสำหรับรองรับธรรมาสน์มีเส้นลวดแกะสลักเป็นลายบัวคว่ำ ปิดทองประดับกระจกแววในลวดลาย       ตรงกลางพนักทำการประดับกระจกยกดอก       เสากลึงเป็นหัวเม็ดด้านหน้า จำนวน ๒ ต้น ความสูง ๒๓ เซนติเมตร ส่วนด้านหลังจำนวน ๒ ต้น ความสูง ๒๗ เซนติเมตร
เครื่องสังเค็ด : ตู้สังเค็ด
แนวความคิดในการออกแบบ หยดหยาดพระเสโทที่พระองค์ทุ่มเทพระวรกายเพื่อพัฒนาประเทศชาติในทุกๆ ด้าน ดั่งรูปหยดน้ำพระนามาภิไธย ทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ ความเจริญรุ่งเรือง ในน้ำมีปลาในนามีข้าว ดั่งดอกราชพฤกษ์สีทองอร่าม รูปกระต่ายด้านซ้ายแทนปีพระราชสมภพ รูปลิงด้านขวาแทนปีสวรรคต ทรงยึดสัจจะวาจา เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อความสุขแห่งมหาชนชาวสยาม ดังรูปพระชัยวัฒน์ประจำรัชกาลและพระพุทธรูปปางห้ามญาติ ประจำวันพระราชสมภพ ทรงสอนให้คนไทยมีความเพียร มุ่งมั่น เพื่อฝ่าฟันอุปสรรคให้ผ่านพ้นไปได้ ดั่งพระราชนิพนธ์ เรื่องพระมหาชนก ทรงลงพื้นที่ทุกแห่งหน ตำบล เขตแดน ทรงทำนุบำรุงศาสนาจนเป็นศูนย์รวมดวงใจของคนไทยทั้งชาติ ดั่งลายรักร้อย รักสามัคคี ทรงตระหนักถึงปัญหาและคุณค่าของน้ำทำให้เกิดโครงการต่างๆ ตามแนวพระราชดำริ ดั่งขาตู้ที่แสดงเป็นคลื่นน้ำ      รูปแบบศิลปกรรม ตู้ใส่หนังสือ ๒ ชั้น รูปทรงสอบเข้า หน้าบันทรงสามเหลี่ยม มีพระนามาภิไธย ภ ป ร. ในซุ้มดอกบัวเป็นรูปหยดน้ำ ถัดลงมาด้านซ้ายจะเป็นรูปนักษัตรปีเถาะ ด้านขวาเป็นรูปนักษัตรปีวอก ประตูของตู้เป็นกระจกพ่นทราย ด้านซ้ายบนเป็นรูปพระชัยวัฒน์ ประจำรัชกาลที่ ๙ ด้านขวาบนจะเป็นพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ( วันจันทร์ ) ด้านขวาล่าง เป็นรูปพระมหาชนก ว่ายน้ำเจ็ดวันเจ็ดคืน ด้านขวาล่างเป็นรูปนางมณีเมฆขลา ภายในกรอบดอกราชพฤกษ์ ฐานเป็นขาสิงห์ เป็นรูปคลื่นน้ำ แกะสลักไม้ปิดทอง ฉลุฐานโปร่ง       ตู้สังเค็ด ทำสีเป็นสีขาวนวล ปิดทองในส่วน ลวดลายแกะสลัก พ่นทรายบนกระจก และโลหะชุบทอง      ตู้พระไตรปิฎก ด้านหน้ามีพระนามาภิไธยย่อ ภปร. ประดับป้ายชื่อข้อความว่า “พระราชทานในงานพระบรมศพ ๒๕๖๐”      ขาตู้พระไตรปิฎกมีลักษณะลายที่แสดงเป็นคลื่นน้ำ สะท้อนโครงการต่างๆ ตามแนวพระราชดำริที่เกี่ยวกับ “น้ำ” ที่พระองค์ทรงทำมาตลอด ๗๐ ปี
พระโกศทองคำบรรจุพระบรมอัฐิขนาดเล็ก
๑. พระโกศพระบรมอัฐิ ทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐     เป็นพระโกศจำหลักด้วยทองคำลงยา ปักดอกไม้เพชรที่ชั้นเชิงบาตร ๓ ชั้น ยอดพุ่มข้าวบิณฑ์ประดับเพชร ขอบฝาประดับเฟื่องอุบะ ดอกไม้เพชร ทั้งแปดเหลี่ยม ฐานพระโกศเป็นชุดหน้ากระดานฐานสิงห์ มีครุฑยุดนาค ที่ท้องไม้ใต้บัวปากฐาน ๑๖ ตัว หน้ากระดานฐานพระโกศจำหลักทองลงยา ความว่า "พระโกศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชรัชกาลที่ ๙" แต่ละเหลี่ยมมีโครงการพระราชดำริ ในรัชกาลที่ ๙ อาทิ โครงการแกล้งดิน กังหันชัยพัฒนา พระโกศทั้งองค์ลงยาด้วยสีเหลือง ขาว ประดิษฐานบนแท่นไม้ ปักฉัตรคันดาลทองคำลงยาขาว ๙ ชั้น ๒. พระโกศพระบรมอัฐิ ทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙    เป็นพระโกศจำหลักด้วยทองคำลงยา ปักดอกไม้เพชรที่ชั้นเชิงบาตร ๓ ชั้น ยอดพุ่มข้าวบิณฑ์ประดับเพชร ขอบฝาประดับเฟื่องอุบะ ดอกไม้เพชรทั้งแปดเหลี่ยม ฐานสิงห์จำหลักทองลงยาประดับเพชรและช่อดอกไม้เพชร หน้ากระดานฐานพระโกศจำหลักทองลงยา ความว่า "พระโกศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชรัชกาลที่ ๙"แต่ละเหลี่ยมมีโครงการพระราชดำริในรัชกาลที่ ๙ อาทิ โครงการแกล้งดิน กังหันชัยพัฒนา พระโกศทั้งองค์ ลงยาด้วยสีเหลือง ขาว ประดิษฐานบนแท่นไม้ ปักฉัตรคันดาลทองคำลงยาขาว ๙ ชั้น ๓. พระโกศพระบรมอัฐิ ทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ๔. พระโกศพระบรมอัฐิ ทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ อัครราชกุมารี ๕. พระโกศพระบรมอัฐิ ทูลเกล้าฯ ถวายทูลกระหม‹อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี   พระโกศทรงกระบอกแปดเหลี่ยมฝาทรงยอดมงกุฎแปดเหลี่ยมทองคำลงยาสีประดับรัตนชาติ ฐานล่างเป็นหน้ากระดานฐานสิงห์ ถัดขึ้นมาเป็นท้องไม้ทรงแปดเหลี่ยม มุมทั้งแปดประดับด้วยคุรฑพนม ส่วนเอวของพระโกศประดับด้วยดอกไม้เอว และเกสรทำด้วยเงินประดับรัตนชาติ องค์พระโกศทรงกระบอกปากผาย ประดับลวดลายบัวกลีบขนุน ซ้อนจนถึงปากพระโกศลงยาสีฟ้าและสีชมพูประดับรัตนชาติ    
พระโกศทองคำบรรจุพระบรมอัฐิขนาดใหญ่
พระโกศพระบรมอัฐิทองคำลงยาสีประดับรัตนชาติทรงพระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ประดิษฐาน ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทพระโกศพระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นพระโกศยอดทรงมงกุฏเก้าเหลี่ยม ฐานกว้าง ๒๐ เซนติเมตร ความสูงจากฐานถึงยอดพุ่มข้าวบิณฑ์ ๘๐ เซนติเมตร จากฐานถึงยอดฉัตรเก้าชั้น สูง ๙๙ เซนติเมตร จัดสร้างด้วยทองคำลงยาสีประดับเพชร เฉพาะพุ่มข้าวบิณฑ์ยอดพระโกศ ดอกไม้เอว ดอกไม้ไหว และเฟื่องอุบะ สร้างด้วยเงินบริสุทธิ์ประดับเพชร
ฟืนไม้จันทน์
ท่อนฟืนไม้จันทน์ที่ใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มีจำนวนทั้งหมด ๒๔ ท่อนวางเรียงชั้นละ ๔ ท่อน ซ้อนประกอบสลับด้านจำนวน ๔ ชั้น ท่อนฟืนมีขนาดความยาว ๓๐ เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง ๕ เซนติเมตร ใช้เทคนิคงานลายรดน้ำ ลวดลายบนท่อนฟืนไม้จันทน์แบ่งลวดลายออกเป็น ๓ ส่วน ประกอบด้วยส่วนที่ ๑ หน้าฟืนทั้ง ๒ ด้านออกแบบเป็นลวดลายประจำยาม ส่วนที่ ๒ ส่วนหัวและส่วนท้ายออกแบบเป็นลายกรวยเชิง ประกอบด้วยลายลูกขนาบ ๒ ข้างและลายเชิงทอง ส่วนที่ ๓ ส่วนกลางออกแบบเป็นลายพุ่มข้าวบิณฑ์ก้านแย่ง มีขั้นตอนการดำเนินงานโดยสรุป ดังนี้ ๑. การออกแบบ เขียนแบบ๒. การเปิดไม้สำหรับกลึงท่อนฟืนไม้จันทน์๓. การกลึงท่อนฟืนไม้จันทน์๔. การขัดท่อนฟืนไม้จันทน์๕. การเทียบประกอบท่อนฟืนไม้จันทน์๖. การย้อมท่อนฟืนไม้จันทน์๗. การปรุลาย๘. การเขียนเส้นหรดาล๙. การเช็ดรัก, ปิดทอง๑๐. การรดน้ำ        
ช่อไม้จันทน์
ช่อไม้จันทน์ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มีทั้งสิ้นจำนวน ๗ แบบ ล้วนแต่เป็นลายดอกไม้เทศทั้งหมด แต่จะมีการผูกลายที่แตกต่างกันออกไปทั้ง ๗ แบบ มีรายละเอียดและลักษณะลายแตกต่างกัน ดังนี้แบบที่ ๑ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรแบบที่ ๒ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙แบบที่ ๓ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีแบบที่ ๔ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี               ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีแบบที่ ๕ ท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์แบบที่ ๖ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา             พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์             พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์             พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิตติคุณแบบที่ ๗ คุณพลอยไพริน เจนเซน              คุณสิริกิติยา เจนเซนสำหรับขั้นตอนการสร้างช่อไม้จันทน์ทั้ง ๗ แบบนั้น มีขั้นตอนการดำเนินงานโดยสรุป ดังนี้ ๑. การออกแบบ เขียนแบบ๒. การเตรียมไม้จันทน์๓. การจัดทำต้นแบบ๔. การแกะสลัก๕. การปิดทอง            
พระหีบจันทน์
พระหีบจันทน์มีความแตกต่างจากรูปแบบที่ผ่านมา ตรงที่ด้านยาวของพระหีบไม่เป็นแนวตรง จะมีกระเปาะยื่นออกมาสำหรับรองรับพระโกศจันทน์ พระหีบจันทน์มีขนาดความสูง ๑๓๐ เซนติเมตร ความยาว ๒๘๕ เซนติเมตร ความกว้าง ๑๕๕ เซนติเมตร ประกอบด้วย ๓ ส่วน คือ ส่วนฝาพระหีบจันทน์ ตัวพระหีบจันทน์ และฐานพระหีบจันทน์ ฝาพระหีบจันทน์ : ด้านบนฝาพระหีบจันทน์จะเป็นลายกุดั่นดอกจอก ถัดลงมาประดับด้วยกระจังหลังฝา ประดับสลับสับหว่างกับดอกไม้ไหวเติมด้วยกระจังด้านหน้า ถัดมาเป็นลายบัวถลาฝาพระหีบยาวลงมายังปากพระหีบจันทน์ ปากพระหีบจันทน์ประดับดอกไม้ไหวไว้ที่ด้านหลังกระจังปฏิญาณปากพระหีบ ตัวพระหีบจันทน์ : ปากพระหีบจันทน์จะมีลายกระจังรวนห้อยปากพระหีบ และมีเฟื่องและอุบะเป็นพู่ห้อยรอบปากพระหีบจันทน์ ลักษณะลวดลายตัวพระหีบจันทน์จะเป็นลายพุ่มข้าวบิณฑ์ก้านขดออกลายตรงกลายเป็นรูปครุฑหน้าอัด (สำหรับคำว่า “หน้าอัด” ในภาษาช่างแปลว่า “หน้าตรง”) ครุฑกำลังใช้มือจับลายช่อหางโตของพุ่มข้าวบิณฑ์ ซึ่งลวดลายดังกล่าวนั้นผู้ออกแบบได้แรงบันดาลใจมาจากลายนุ่งของพระมหากษัตริย์ เป็นผ้าพิมพ์ลายอย่าง ในสมัยอยุธยาตอนปลาย ฐานพระหีบจันทน์ : ฐานพระหีบจันทน์เป็นชุดฐานสิงห์ ซึ่งแตกต่างจากฐานพระหีบจันทน์ที่ผ่านจะเป็นฐานบัวถลา โดยชั้นหน้ากระดานด้านล่างสุดก่อนจะเป็นชุดฐานสิงห์จะบัวเชิงฐาน เหนือชุดฐานสิงห์จะมีบัวปากฐานและปักด้วยดอกไม้ไหวประดับโดยรอบฐาน การออกแบบพระหีบจันทน์และพระโกศจันทน์ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ใช้เทคนิคงานซ้อนไม้เหมือนที่ผ่านมา แต่จะเพิ่มงานแกะสลักไม้จันทน์เป็นพวงอุบะและการปิดทองบริเวณไส้ลาย ซึ่งถ้าจะกล่าวถึงการปิดทองไส้ลายมิใช่เทคนิคที่คิดค้นขึ้นใหม่ แต่เคยมีปรากฏไว้เป็นลายพระหัตถ์สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัดติวงศ์ ในงานพระเมรุมาศสมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พ.ศ. ๒๔๖๓
พระโกศจันทน์
พระหีบจันทน์และพระโกศจันทน์ ออกแบบโดยนายสมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร ผู้ออกแบบได้ศึกษาจากลักษณะของงานพระเมรุมาศครั้งที่ผ่านมา โดยพระโกศจันทน์จะออกแบบตามพระโกศทองใหญ่ มีพระลองในอยู่ภายใน พระโกศจันทน์มีขนาดความสูง ๒๒๗ เซนติเมตร ความกว้าง ๘๐ เซนติเมตร และประกอบด้วย ๓ ส่วน คือ ส่วนฝาพระโกศจันทน์ ตัวพระโกศจันทน์ และฐานพระโกศจันทน์ ฝาพระโกศจันทน์ : ที่ผ่านมานิยมสร้างฝายอดปริก ในครั้งนี้ออกแบบเป็นฝายอดมงกุฎ ประดับด้วยลายฉลุซ้อนไม้ดอกไม้ไหวต่อก้าน ตรงมาลัยทองมีดอกไม้ทิศซึ่งปกติจะมี ๔ ทิศเป็นหลัก แต่ครั้งนี้จะแบ่งเป็น ๘ ทิศ ที่เรียก “ดอกไม้ทิศ” เนื่องจากเป็นลายที่อยู่ในตำแหน่งตรงข้ามกัน ถัดจากดอกไม้ทิศชั้นยอดที่เป็นชั้นเชิงบาตรก็ปักด้วยดอกไม้ไหว ๓ ชั้น ถัดขึ้นไปจะเป็นเกี้ยวรัดจุกและปลียอด โดยเกี้ยวจะมี ๓ ชั้น แต่ละชั้นของเกี้ยวก็จะมีดอกไม้ทิศประดับ ตัวพระโกศจันทน์ : ปากพระโกศจันทน์ออกแบบล้อตามแบบโบราณ หรือแบบพระโกศทองใหญ่ คือจะมีเฟื่องอุบะและพู่ปะดับอยู่โดยรอบปากพระโกศจันทน์ ถัดลงมาจะเป็นลวดลายบัวกลีบขนุน ซึ่งในการออกแบบครั้งนี้จะมีลักษณะลวดลายต่างจากพระโกศจันทน์ในครั้งที่ผ่านมา ผู้ออกแบบใส่ลวดลายเทพพนมลงไปกลางลายบัวกลีบขนุนแต่ละกลีบ และบัวกลีบขนุนจะประดับรอบโครงพระโกศจันทน์ทรงแปดเหลี่ยม ฐานพระโกศจันทน์ : บริเวณปากฐานมีดอกไม้ไหวประดับอยู่ หรือที่เรียกว่า “ดอกไม้เอว” ถัดลงมาเป็นบัวปากฐาน และชุดฐาน ซึ่งในงานออกแบบทั่วไปจะนิยมใช้ชุดฐานปัทม์ หรือชุดฐานบัว ชุดฐานสิงห์ ชุดฐานหน้ากระดาน หรือฐานเขียง ฯลฯ แต่ในครั้งนี้ผู้ออกแบบใช้ชุดฐานบัวเป็นส่วนฐานพระโกศจันทน์ ประกอบด้วย บัวถลา หน้ากระดานล่าง ลูกแก้ว บัวปากฐาน และดอกไม้ไหว ในการออกแบบพระโกศจันทน์ถึงจะล้อมาจากพระโกศทองใหญ่ แต่จะมีความแตกต่างตรงรูปทรงโดยพระโกศทองใหญ่จะมีขนาดสูงกว่าพระโกศจันทน์ สาเหตุที่ต้องออกแบบให้พระโกศจันทน์มีขนาดกะทัดรัดกว่า เพื่อประกอบกับพระลองในได้อย่างเหมาะสม ซึ่งพระลองในจะมีลักษณะเป็นฝายอดปริก ๕ ชั้น และมีปลียอดที่ไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับพระโกศจันทน์ และอีกสาเหตุหนึ่งก็เพื่อให้ดูอ่อนช้อยมีรูปร่างรูปทรงชัดเจนสวยงาม
ตาลปัตร พระกฐินพระราชทาน กรมศิลปากร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๗
ผู้ออกแบบ : นายวิสูตร ศรีนุกูล ตำแหน่ง นายช่างศิลปกรรมปฏิบัติการผู้เขียนสี : นางสาวนิธีราฤดี ภาตะนันท์  นายช่างศิลปกรรมอาวุโส / นายยงยุทธ  ศรีนิลทิน  จิตรกร / นายกรรณ พิสุทธิบงกช  จิตรกรผู้ประกอบด้าม : นายหนึ่ง  ยังยิ่งยง  นายช่างประณีตศิลป์ / นายพาสุกรี นางาม  นายช่างประณีตศิลป์ / นายเอกรัตน์  วุฒิเดช  นายช่างศิลปกรรมผู้บุดุนนมตาลปัตร : นางสาวรานี  หมื่นทิพย์ นักวิชาการช่างศิลป์ปฏิบัติการ / นายสุราช มุมทอง  นายช่างศิลปกรมปฏิบัติงาน / นางวรวีร์  ดวงแก้ว  นายช่างประณีตศิลป์ ท ๑“กฐินพระราชทาน” คือ พระกฐินที่ถือว่า ผ้าพระกฐิน บริขาร และบริวารกฐิน เป็นของหลวง  แต่เปิดโอกาสให้ส่วนราชการ องค์กร  หรือบุคคลที่สมควร   ขอรับพระราชทานอัญเชิญไปถวายยังพระอารามหลวงต่างๆ นอกจากพระอารามหลวงสำคัญ ๑๖ พระอารามดังกล่าว รัฐบาลโดยกรมการศาสนาจัดหาผ้าพระกฐิน และบริวารพระกฐิน (ปัจจุบันมีจำนวน ๒๖๕ พระอาราม มีรายชื่อตามบัญชีพระอารามหลวง) ซึ่งส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ สมาคม บริษัทห้างร้าน และบุคคลทั่วไป จะต้องยื่นความจำนงขอพระราชทานผ่านไปยังกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม และเมื่อถึงกำหนดกฐินกาลก็ติดต่อขอรับ ผ้าพระกฐินและบริวารพระกฐินจาก กองศาสนูปถัมภ์ กรมการศาสนา  เพื่อนำไปทอดณ พระอารามที่ขอรับพระราชทานไว้ เมื่อทอดถวายเรียบร้อยแล้วผู้ขอรับพระราชทานจะต้องจัดทำบัญชีรายงานถวายพระราชกุศลในการถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน  ส่งไปยัง กรมการศาสนา  เพื่อจะได้จัดทำบัญชีรายชื่อผู้ขอรับพระราชทานผ้าพระกฐิน ส่งไปยัง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อแจ้งให้สำนักราชเลขาธิการนำความกราบบังคมทูล พระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท เพื่อถวายพระราชกุศลในการที่หน่วยงาน องค์กร หรือบุคคลทั่วไป อัญเชิญผ้าพระกฐินไปถวาย ณ อารามนั้น
พัดยศ งานปักหักทองขวาง พร้อมฐานตั้งพัดยศ งานแกะสลักปิดทองประดับกระจก
โครงการจัดสร้างพัดยศปักหักทองขวาง พร้อมฐานตั้งพัดยศหน้าพระประธาน ภายในพระอุโบสถวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร ออกแบบและควบคุมการจัดสร้างโดย อาจารย์สมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร ช่างแกะสลัก : ส่วนฐานตั้งพัดยศและด้ามพัดยศ ดำเนินการจัดสร้างโดยบุคลากรกลุ่มงานช่างแกะสลักและช่างไม้ประณีต ช่างสนะ : นายศุภากร โนนแก้ว นายช่างศิลปกรรมชำนาญงาน สังกัด : กลุ่มงานช่างปิดทอง ประดับกระจกและช่างสนะไทย กลุ่มประณีตศิลป์ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ช่างปิดทอง : นางสาวพธู บุญประคอง นายช่างศิลปกรรมชำนาญงาน สังกัด : กลุ่มงานช่างปิดทอง ประดับกระจกและช่างสนะไทย กลุ่มประณีตศิลป์ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร และบุคคลากรภายในกลุ่มงานช่างปิดทองประดับกระจกและช่างสนะไทย ในส่วนกระจกประดับฐานตั้งพัดยศ ได้รับการสนับสนุนจาก สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน)                   เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๗ นางอัจฉริยา บุญสุข ผู้อำนวยการกลุ่มประณีตศิลป์ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร พร้อมด้วย อาจารย์สมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร และคณะทำงาน เข้านมัสการพระพรหมวชิรปัญญาจารย์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙ ราชบัณฑิต) เจ้าอาวาสวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร เพื่อถวาย “พัดยศ งานปักหักทองขวาง พร้อมฐานตั้งพัดยศ งานแกะสลักปิดทองประดับกระจก” ในโครงการจัดสร้างพัดยศปักหักทองขวาง พร้อมฐานตั้งพัดยศหน้าพระประธาน ภายในพระอุโบสถวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร                  
  BACK TO TOP